ของฝากคนผิวแห้ง (เอ๊ะหรือว่าเป็นผิวแพ้ง่าย?) 

คิดว่ามีหลายคนสงสัยว่าผิวแห้ง คือผิวแพ้ง่ายหรือเปล่า คำตอบคือไม่ใช่นะคะ เพียงแต่คนผิวแห้งมีแนวโน้มว่าจะมีผิวแพ้เครื่องสำอางง่ายกว่าคนผิวมัน เมื่อมันไม่เหมือนกันเลย การดูแลก็ต่างกันคะ มาดูคนผิวแพ้ง่ายหรือมี sensitive skin กันก่อน คือ
1. ควรเช็คดูให้รู้ว่าเราแพ้อะไร บางทีเกิดจากอาหาร หรือสารเคมีในเครื่องสำอางบางตัว ถ้าเกิดอาการผื่นแดง บวม หรือ คัน ให้หยุดใช้ก่อน จะเห็นผลเร็วมากว่าหน้าจะดีขึ้นภายใน 2 วัน การหาสาเหตุนี้ต้องอดทนนิดนึงนะคะ เพราะเราใช้เครื่องสำอางหลายตัว หรือบางครั้งอาการเกิดเพราะมีปฎิกริยาร่วมกันของเครื่องสำอางสองชนิด แต่ถ้าเรารู้สาเหตุแล้วจะเป็นผลดีมากในการเลือกซื้อเครื่องสำอางครั้งต่อไปคะ

2. ถ้าไม่สามารถหาสาเหตุได้ ควรหาซื้อครีม cortisone ซึ่งเป็นครีมแก้แพ้ ให้ทาติดต่อกันหลายวัน แม้ว่าหายแล้วก็ควรจะทาต่อไปอีก แต่ไม่ควรใช้เกิน 2 หรือ 3 เดือน

3. หลีกเลี่ยงการใช้ AHAs, Retin-A, Renova, benzoyl peroxide (ยาแก้สิว) ในบริเวณที่เป็นผื่นแพ้ รอให้หายก่อนนะคะ เพราะสารเหล่านี้จะไประคายเคืองผิวคะ

4. หลีกเลี่ยงการอบซาวน่า ไอน้ำ หรือการออกเหงื่อเยอะๆ หรือถู เกา บริเวณที่เป็น

5. ควรหาหมอคะ ถ้าไม่หายภายใน 4-6 อาทิตย์

สำหรับคนที่ไม่เคยเกิดอาการเป็นผื่น บวม ขึ้นหน้า แต่ว่าผิวมักแห้ง บางทีเป็นขุ่ย นั่นไม่ใช่ sensitive skin นะคะ แต่เป็นผิวแห้งค่ะ

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าผิวแห้งคืออะไร ผิวแห้งไม่ได้มีความหมาย simple ว่าผิวขาดน้ำหรือความชุ่มชื้น มีการศึกษาความชุ่มชี้นในผิวของผิวแห้ง และของผิวมัน ซึ่งมีระดับความชุ่มชื้นไม่แตกต่างกันเลย ถ้าคนที่มีผิวแห้งอยากให้ผิวชุ่ชื้นขึ้น แล้วแช่ตัวในน้ำนม หรือน้ำมัน (baht oil) นานๆ กลับจะทำให้ผิวเสียได้ เพราะสารเคลือบชั้นผิวถูกทำลายหายไป โครงสร้างระหว่างเซลล์ผิวจึงฟังก์ชั่นไม่ปกติ เลยทำให้ผิวยิ่งแห้งขึ้น และดูกร้านๆ ฉะนั้นการดูแลผิวแห้งจึงควรที่จะรักษาสารเคลือบผิวของคุณที่มีอยู่ตามธรรมชาติ และบำรุงโครงสร้างผิวชั้นในให้แข็งแรง

โชคดีที่บ้านเรามีอากาศชื้น อาการของคนที่มีผิวแห้งจึงไม่รุนแรง ปัญหาที่พบมากคือ1. คนผิวแห้งที่ต้องอยู่ในห้องแอร์ทั้งวัน 2. แสงแดดที่แรง แม้ว่าอยู่ภายในอาคารก็ทำให้เราได้รับผลกระทบด้วย

ฉะนั้นการดูแลที่ถูกต้องคือ ถ้าในห้องที่มีแอร์อยู่ ทำให้ผิวเราแห้งมาก ให้หาเครื่องพ่นไอน้ำมาใช้ เพราะอากาศที่แห้งจะทำให้น้ำในผิวเราระเหยออก และควรทาครีมกันแดดทุกวัน แม้ว่าอยู่แต่ในที่ร่มก็ตาม

การขจัดผิวหนังชั้นนอกโดยการใช้ alpha hydroxy acid (glycolic หรือ lactic acid) ก็เป็นการช่วยทำให้ผิวแห้งที่เป็นขุยหลุดไป และสร้างผิวใหม่ที่แข็งแรงกว่าขึ้นมา

อายุที่มากขึ้นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวแห้งขึ้น เพราะระดับของ estrogen ลดลง ทำให้ชั้นผิวและชั้นไขมันใต้ผิว (ซึ่งเป็นตัวปกป้องผิว) บางลงด้วย น่าเสียดายที่ยังไม่มีครีมตัวไหนสามารถแก้ปํญหานี้ได้จริงๆ นอกจากการรับประทานฮอร์โมนต่างๆ เพื่อไปทดแทน estrogen ที่เสียไป ซึ่งการรับประทานผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง (มี phytoestrogens) ก็ช่วยให้ผิวดีขึ้นได้

ขั้นตอนการดูแลผิวแห้ง
1. ใช้ครีมกันแดด ทุกวัน เพราะแสงแดดทำลายความชุ่มชื้นของผิว

2. ใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนผสมที่ดี ประกอบด้วย สารต้านอนุมูลอิสระ ( antioxidants) ยิ่งถ้ามีผิวแห้งมากๆ ควรหามอยส์เจอร์ที่มี lipids เช่น lecithin, cholesterol, glycerol, glycerides, และ plant oil และครีมควรบรรจุอยู่ในขวดทึบ ไม่ใช่กระปุก เพื่อคงสภาพของส่วนผสมไม่ให้สูญหาย

3. ให้ทามอยส์เจอร์ซ้ำได้ ในเวลาระหว่างวัน ที่รู้สึกว่าผิวแห้ง ควรพกครีมทามือ หรือโลชั่นไว้ในกระเป๋า เพื่อทาหลังล้างมือ หรือทาหน้า และตัวระหว่างวัน

4. ไม่ใช้สบู่ ควรใช้แต่คลีนเซอร์อ่อนๆ ถ้าใช้แล้วรู้สึกว่าหลังใช้หน้าตึงๆ จนถึงคอ แสดงว่าไม่เหมาะกับคุณแล้วคะ

5. ไม่ควรแช่ตัวในน้ำอุ่นนานเกินไป รู้คะว่ามันรีแลกซ์ แต่มันทำให้เซลล์ผิวเสียได้ เอาแค่แช่ในเวลาสั้นๆก็พอ

6. ถ้าอากาศแห้งมากในหน้าหนาว ให้หาเครื่องทำไอน้ำมาเปิดไว้ในห้อง อันนี้จำเป็นมากๆ ถ้าอยู่ต่างประเทศ

7. ไม่ควรแช่ผิวในอ่างด้วย bath oil ถ้าอยากให้ได้ผลดีที่สุด ให้ทา bath oil หลังอาบน้ำเสร็จแล้ว

8. ขจัดเซลล์ผิวเก่า ด้วย AHA

9. ใช้ plant oil บริสุทธิ์ เช่น olive oil ทาหลังจากมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ในเวลาก่อนนอน ให้ใช้หยดเล็กๆ ไม่กี่หยด นวดส่วนที่แห้งมากๆ เพราะ olive oil เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ยอดเยี่ยม

10. อย่าลืมริมฝีปาก เพราะมันก็ขาดน้ำได้เหมือนกัน ให้ใช้ลิปบาล์ม หรือลิปกลอส แต่ต้องแน่ใจว่าไม่มีสารระคายเคืองอย่างเช่น peppermint และ menthol

ที่มา www.bloggang.com

Last Update: 6 May 2008